
ทุกๆ คนต่างมีพื้นที่ภายในใจ ที่เราได้สร้างกรอบล้อมรอบตัวเราไว้ภายในตลอดเวลา เป็นเหมือนโลกใบเล็กที่ซ้อนอยู่ภายในใจ
เราคุ้นเคย, ยอมรับและพึงพอใจ กับการใช้ชีวิตในกรอบนี้ ด้วยความรู้สึกว่าสามารถควบคุมอะไร ๆ ได้ รายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน , Life Style, สิ่งของเครื่องใช้ หรือกระทั่ง ระดับรายได้
ซึ่งไม่ว่าตัวเราจะพอใจสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ไม่ว่าคนภายนอกจะมองว่ามันดีแล้ว หรือยังไม่ดี เราก็ยังยอมรับและพึงพอใจด้วยเหตุแห่งความคุ้นเคย และจะปฏิเสธขั้นตอนหรืออะไรที่จะทำให้มันแตกต่างจากเดิม แม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะพาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็ตาม เราเรียกกรอบความคิดในใจนี้ว่า “Comfort Zone” หรือ “พื้นที่สบายใจ”
ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม คนทุกคนอยู่ใน “พื้นที่สบายใจ” นี้ตลอดเวลา ซึ่งเรายอมรับทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีในพื้นที่สบายใจนี้ไปแล้ว ดีก็ยอมรับว่าดี ยังไม่ดีก็ยอมรับว่ายังไม่ดี เราพอใจไปแล้ว เช่น
– อ้วน เรารู้ว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพ
– ติดบุหรี่ หรือติดเหล้า รู้ว่ามันทำลายสุขภาพ
– ห้องนอนรก – รู้ว่าควรจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
– รายได้ต่ำไม่พอใช้ – เราทุกคนอยากรวย ไม่มีใครอยากจน
– ขาดการออกกำลังกาย – รู้ว่าออกกำลังกายสม่ำเสมอดีต่อสุขภาพ
– ไม่ชอบงานที่ทำ – ทุกคนอยากทำงานที่ชอบ
ตัวอย่างเหล่านี้แม้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากได้ หรือไม่อยากทำ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเพราะมันอยู่ใน “พื้นที่สบายใจ” และพื้นที่สบายใจนี้จะมีอยู่กับทุกคนตลอดไปไม่หายไปไหน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำได้และควรทำเพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นคือการ “ก้าวออกจากพื้นที่สบายใจ” เช่นลุกขึ้นแต่งตัวไปวิ่งที่สวนสาธารณะเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพที่ดี หรือเข้าคอร์สเรียนสิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ทำในสิ่งที่เคยเป็นแค่ “อยากทำ” แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำซักที ให้ตัดสินใจทำทันทีแบบไม่ต้องรอ
แต่ปัญหาที่มาคู่กันคือตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตในโลกส่วนตัวที่สบายใจ มันจะทำให้ไม่อยากรับรู้ ว่ายังมีโลกที่ใหญ่กว่านี้ หรือมีสิ่งที่เราต้องการมากกว่านี้ จะไม่ยอมรับกับความท้าทายในสิ่งใหม่ ๆ เพราะมันแตกต่างไปจากเดิมที่คุ้นเคย จึงต้องมีการสร้าง “แรงผลักดัน” เพื่อก้าวออกจากพื้นที่สบายใจให้สำเร็จ
จากการวิจัยของนักจิตวิทยา “สมองเรามีแนวโน้มจะตอบสนองต่อสิ่งที่กำลังจะเสียไป มากกว่าสิ่งที่กำลังจะได้มา” ดังนั้นถ้าบอกตัวเองว่า การทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคุ้นเคยมัน “ดียังไง” หรือ “เป็นประโยชน์ยังไง” ถ้าเราเลิกบุหรี่ได้ จะมีสุขภาพแข็งแรง เป็นการให้เหตุผลของสิ่งที่จะได้รับมา จะไม่จูงใจมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจเลิก (เพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว พอใจแล้ว) แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นการสร้างสภาวะอารมณ์แบบ “พอกันที” ทุกวันนี้ทำอะไรก็เริ่มเหนื่อยง่าย ถ้าสูบบุหรี่ต่อไปคงมีชีวิตอยู่กับครอบครัวอีกไม่นานแน่ แบบนี้จะผลักดันให้เราก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
“เราจะเติบโต ได้เท่ากับกรอบความคิดในจิตใจ”
เมื่อก้าวออกจากพื้นที่สบายใจเดิมได้แล้ว สิ่งที่จะตามมาคือเราจะได้ “พื้นที่สบายใจอันใหม่” ที่ใหญ่ขึ้น และเราก็จะเผชิญกับความท้าทายในการก้าวออกจากพื้่นที่สบายใจอันใหม่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
.
.
.
.
.
ครูบ๊อบ
.
.
.
#HenryFord #เฮนรี่ฟอร์ด
#ผู้ก่อตั้งบริษัทฟอร์ดมอเตอร์
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨💼:
bit.ly/TradingInANutshell
💟 ⛱🙋♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋♀ :
bit.ly/TNTradingClub.
💟 👑↘✅ กลุ่มเทรดพิเศษ ✅↙👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite