เย็นให้พอ “รอ” ให้เป็น

jim-rogers-Pic-Link-Web

ถ้าจะมีอะไรซักอย่าง ที่ส่งผลค่อนข้างชัดเจนแบบเห็นผลทันใจ ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือทางลบต่อการเทรดหรือการลงทุน จะเรียกมันว่า “เคล็ดวิชา” หรือ “จอกศักสิทธิ์” หรืออะไรก็ได้ที่มันเท่ ๆ ที่จะบันดาลความร่ำรวยจากการลงทุน และไม่ว่าเราจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญสิ่งนั้นแท้จริงคือ “การรอคอย”
.
การรอคอยต้องอาศัย “ความอดทน” อดทนรอเวลาและจังหวะที่เหมาะสม ไม่เข้าซื้อขายบ่อยเกินเพราะจะทำให้เสียเงินทั้งขึ้นทั้งล่องอย่างรวดเร็ว ถ้าเราซื้อขายบ่อยเกินไป นอกจากจะต้องเจอกับความเครียดเพราะเสียเงิน ยังอาจทำให้พลาดเมื่อมีสัญญาณซื้อที่เหมาะสมอีกด้วย
.
ใช่ครับ…อยากได้กำไรจากการลงทุน
จึงต้องหมั่นนึกถึงคำว่า
“เย็นให้พอ รอให้เป็น”
อยู่เสมอนะครับ
.
.
.
ครูบ๊อบ 
.
.
.
#JimRogers #จิมโรเจอร์ส
#ผู้ร่วมก่อตั้งQuantumFundและSorosFundManagement
#ผู้สร้างดัชนีโภคภัณฑ์นานาชาติRogersInternationalCommoditiesIndex
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨‍💼:
bit.ly/TradingInANutshell

💟 🙋‍♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋‍♀ :
bit.ly/TNTradingClub.

💟 👑 กลุ่มเทรดพิเศษ 👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite
.
.
.

ทำกำไร 3,200% ภายใน 4 วันโดยไม่ Overtrade

option-piclink

การจะเทรดให้มีกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์สูงมาก ๆ หลักหลายร้อยหรือเป็นพันเปอร์เซ็นต์ ต้องใช้เครื่องมือที่มีอัตราทดสูง ๆ เช่นการใช้ Leverage ในการเทรด Futures Contract หรือ FOREX คือการวางเงินมาร์จิ้นน้อยกว่ามูลค่าสัญญาเต็ม หลายสิบหรือหลายร้อยเท่าตัว ซึ่งสัดส่วนกำไรที่ได้ถ้าเทียบกับมาร์จิ้นที่วางไว้ก็อาจเป็นร้อยหรือเป็นพันเปอร์เซ็นต์

แต่การใช้ Leverage ที่สูงเรียกได้ว่าแทบจะปิดประตูของชัยชนะในระยะยาว เพราะแม้จะใช้เงินพื่อวางเป็น Margin น้อย แต่มูลค่าของสัญญาขนาดใหญ่ปกติ ทำให้แม้การแกว่งตัวของราคาเพียงเล็กน้อยตามปกติ ก็ทำให้พอร์ทลดลงจนโดน force sell ได้อย่างง่ายดาย  เรียกว่าต้องฟลุ๊คจริง ๆ นาน ๆ ทำได้ที LONG แล้วมีแต่ขึ้น หรือ SHORT แล้วมีแต่ลง

แต่ถ้าเราเปลี่ยนอาวุธในการรบเสียใหม่ โดยใช้เครื่องมือการเงินที่เรารู้ถึงคุณสมบัติของมันว่าสามารถจำกัดความเสี่ยงใน down size แต่สามารถรันกำไรได้ไม่จำกัด  คือ OPTION (หน้าซื้อ) การเทรด OPTION ไม่มี Leverage ไม่ได้เป็นหนี้หรือยืมกำลังซื้อมาเหมือนเทรด Futures และเรายังใช้ประโยชน์ของการเพิ่มขึ้นของพรีเมียมอย่างมีอัตราเร่งของ OPTION ชนิด Out of the Money เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงเข้าใกล้ At The Money  และอีกประเด็นคือการจำกัด Down size risk แบบไม่ต้องห่วงเรื่องการแกว่งตัวในแดนลบ มาสร้างความได้เปรียบ ในการเทรดสินค้ามูลค่าสัญญาขนาดใหญ่อย่างทองคำ

GOLD Case 2019-06-24_14-28-46

OPTION Pendulum Concept Case Study

โดยซื้อ Call Option ของทองคำ GC หมดอายุเดือน JUNE 2019 ที่ Strike 1400 Call เมื่อวันที่ 17/06/2519 จ่ายพรีเมียมไปในราคา quote = 0.5 และขายปิดสถานะสัญญา Call Option หลังจากนั้น 4 วันรับพรีเมียมมาที่ quote = 16.5 (ทองคำตัวคูณเท่ากับ 100 คือ 1 สัญญามีขนาด 100 Troy Oz)

คิดเป็นกำไร 16.5 – 0.5 = 16 หรือเท่ากับ $1600 เหรียญ ภายใน 4 วัน โดยมีความเสี่ยงคือ $50 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เล็กน้อยมากของพอร์ทโดยรวม

นี่เป็นตัวอย่างการเทรดที่ให้สัดส่วนกำไรสูงหลายสิบเท่าตัวต่อความเสี่ยงที่จำกัดไว้เพียงเล็กน้อย โดยไม่ต้อง Overtrade และทำได้จริง อย่างไรก็ตาม OPTION ถูกออกแบบมาเพื่อ Hedge ไม่ใช่เพื่อเทรดทำกำไรโดยตรง ดังนั้นจึงควรศึกษาก่อนลงมือเทรดในสนามจริง โดยเฉพาะการทำความเข้าใจเรื่อง Time Decay ที่มีผลเสียเปรียบต่อผู้ซื้อด้วยนะครับ

ครูบ๊อบ

 


*** บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นกรณีศึกษาการเทรด OPTION และ Pendulum Concept ที่สอนในคอร์ส The Trading Navigator EXTREME : OPTION & DW Trading และ หัวข้อ Highly Extreme return with OPTION ในคอร์ส Intraday Trading Mystery เป็นการแสดงให้เห็นหนึ่งในกลยุทธ์การเทรด และให้ความรู้เรื่องอันตรายของการใช้ Leverage ที่สูงเพราะว่าหวังกำไรสูง

*** สนใจเทรดทองคำด้วยกันกับครูบ๊อบครูแก้ว ตามมาที่ห้องเทรด TN Elite Trading Room เลยครับ 🙂

 

 

 

option-piclink

 

คนทุกคนล้วนมี “ศักยภาพ” และ “ความพิเศษ” ในตัวเอง

 

georgelucas4facebookpiclink

คิดว่าแทบทุกคนคงเคยได้ยินชื่อ ผู้พันแซนเดอร์ เจ้าของต้นตำรับ ไก่ทอดเคเอฟซี ลองเดาดูครับว่าเค้ากลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อได้ยังไง
– เกิดมาร่ำรวย ?
– เรียนจบจากสถาบันชั้นนำอย่างเยลหรือฮาวาร์ด ?
– ได้เริ่มสร้างธุรกิจตั้งแต่ยังหนุ่มก่อนคนอื่น ?
…เหล่านี้ใช่ปัจจัยแห่งความสำเร็จของเค้าจริง ๆ หรือ ?
.
คำตอบคือไม่ใช่ ทั้งชีวิตของพันเอกแซนเดอร์ไม่ได้มีอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่า “สำเร็จ” ก่อนอายุ 65 ปีด้วยซ้ำ ! ชีวิตเขาผ่านมาหลากหลายอาชีพ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยซักอย่าง ทั้งทำงานในฟาร์ม ขับเรือกลไฟ ขายประกัน พนักงานดับเพลิง ชาวนา ทุกอาชีพที่ทำล้วนล้มเหลว
– อายุ 15 ปีเขาปลอมหลักฐานเพื่อสมัครทหาร แต่ไม่นานก็ถูกไล่ออกจากกองทัพ จึงหันมาสมัครเข้าโรงเรียนกฏหมาย แต่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
– อายุ 17 ทำสถิติเหนือใครด้วยการตกงานติดต่อกัน 4 ครั้ง
– อายุ 18 ได้แต่งงานและมีลูก แต่ชีวิตครอบครัวก็ไม่มีความสุข
.
เค้าโดนไล่ออกจากงานอีกครั้ง โดนภรรยาทิ้งและหอบลูกกลับไปอยู่กับพ่อแม่ สุดท้ายเค้าง้อภรรยาสำเร็จ และได้งานเป็นคนทำอาหารและล้างจานในร้านกาแฟไปจนเกษียณตอนอายุ 65 ปี ในวันที่เกษียณเข้าได้รับเช็คของกองทุนเลี้ยงชีพ $105 เหรียญ ซึ่งทำให้เค้าโกรธ เพราะมันเหมือนกับว่าเขาไม่อาจดูแลตัวเองได้อีกต่อไป ต่อจากนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินสนับสนุนเพียงเล็กน้อยนี้จากรัฐไปจนตาย เขาก็เลยคิดจะจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายมันซะตอนนี้เลย
.
.
.
เขาเตรียมกระดาษกับดินสอเพื่อเขียนพินัยกรรมและคำสั่งเสีย แต่กลับมีอะไรซักอย่างมาดลใจให้เปลี่ยนเป็นเขียนสิ่งที่เค้าควรจะมี สิ่งที่เค้าควรจะเป็น ชีวิตที่เค้าปราถนา และก็เป็นอีกครั้งที่พบว่าเค้ายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเลย ตัวเค้าในวัย 65 ปีนี้เป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่แทนที่จะตำหนิสังคม โทษเศรษฐกิจ โทษคนรอบข้าง เค้ากลับเริ่มถามตัวเองว่า “เราสามารถให้อะไรตอบแทนผู้อื่นได้บ้าง” เค้าเริ่มคิดถึงสิ่งที่ตัวเองมี ที่สามารถให้คุณค่ากับคนอื่น
.
คำตอบแรกจากสมองเขาคือ “เรามีสูตรทำไก่ที่เหมือนผู้คนจะชอบ อืม ถ้าเราขายสูตรให้ร้านอาหารจะหาเงินได้ไหมนะ” แต่แล้วก็คิดต่อได้ว่าการขายสูตรไก่ทอดคงไม่ได้แม้แต่ค่าเช่าห้องด้วยซ้ำ แล้วเค้าก็คิดใหม่ “ถ้าเราขายสูตรไก่แล้วสาธิตวิธีปรุงให้ด้วยล่ะ แล้วถ้าไก่เกิดอร่อยมากจนทำให้มีคนมาซื้อเยอะ เราคงได้เปอร์เซ็นจากการขายบ้าง”
.
หลายคนมีไอเดียใหม่ที่ยอดเยี่ยมผุดขึ้นมาเสมอ แต่ผู้พันแซนเดอร์ไม่เพียงคิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาจัดการให้ตัวเองลงมือทำ เขาตัดสินใจกับตัวเองว่าเค้าเลือกมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรซักอย่างให้มันสำเร็จด้วยเวลาในชีวิตที่มันเหลืออยู่น้อยนิดของเขา แล้วก็มุ่งหน้าไปธนาคารในเมืองเพื่อยืมเงิน $87 เหรียญจากเช็คฉบับต่อไปของเขาไปซื้อกล่องเปล่าและไก่จำนวนนึงกลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ด้วยสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นมา
.
.
.
เขาเริ่มออกเดินทางและเคาะประตูร้านอาหาร บอกเจ้าของร้านว่า “ผมมีสูตรไก่ทอดที่ยอดเยี่ยม ถ้าคุณเอาไปใช้ จะช่วยคุณเพิ่มยอดขาย และผมขอแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดที่เพิ่มขึ้นนั่นได้ไหมครับ” เขาได้รับการตอบรับอย่างดีจากเจ้าของร้าน และเป็นจุดเริ่มต้นกิจการแฟรนไชส์ไก่ทอดอันลือลั่นนับจากนั้นใช่ไหม ?
.
คำตอบคือไม่ใช่ คุณคิดว่าเขาได้รับคำปฏิเสธว่า “ไม่” กี่ครั้งก่อนจะได้ยินคำว่า “ตกลง” เป็นครั้งแรก…เขาใช้เวลา 2 ปี ตระเวนขับรถเก่า ๆ บุบ ๆ ของเขาบุกตะลุยไปทั่วอเมริกา นอนบนเบาะหลังรถใส่สูทสีขาวยับยู่ยี่ ตื่นตอนเช้าด้วยความกระตือรือล้นที่จะแบ่งปันไอเดียนี้กับเจ้าของร้านอาหารคนใหม่ หลายครั้งที่ต้องประทังความหิวด้วยตัวอย่างไก่ทอดที่เตรียมไว้ให้ผู้ซื้อชิม คุณคิดว่าจะมีซักกี่คนที่ทนต่อการถูกปิดประตูใส่หน้าพร้อมคำปฏิเสธว่า “ไม่” ถึง 1,009 ครั้งได้บ้าง คนส่วนใหญ่คงยอมผ่านคำว่า “ไม่” ได้ไม่ถึงยี่สิบครั้ง น่าจะมีคนน้อยมากที่จะผ่านได้ถึงหลักร้อย และคงแทบไม่มีเลยที่จะผ่านหลักพันครั้ง แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องยอมทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงมีผู้พันแซนเดอร์คนเดียวในโลก
.
จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น ความสำเร็จของเขาก็ขยายวงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก่อนจากโลกไปในวัย 90 ปี เขาก็ได้เป็นผู้พันแซนเลอร์ เศรษฐีพันล้านผู้มีชื่อเสียง ราชาไก่ทอดแห่งอาณาจักร Kentucky Fried Chicken ที่อยู่ในใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่แทบทุกคนทั่วโลกมาจนทุกวันนี้
.
จงอย่ายอมให้อะไรมาหยุดยั้ง วิสัยทัศน์ เป้าหมาย และความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น
.
.
.
.
.
ครูบ๊อบ 
.
.
.
#GeorgeLucas #จอร์จลูคัส
#ผู้เขียนบท_ผู้กำกับ_ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์
#ผู้สร้างภาพยนตร์มหากาพย์StarWarและIndianaJones
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨‍💼:
bit.ly/TradingInANutshell

💟 🙋‍♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋‍♀ :
bit.ly/TNTradingClub.

💟 👑 กลุ่มเทรดพิเศษ 👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite

โชคดีที่ “ขาดทุน”

elder2-FB-LInk.jpg

ในหนังสือ The New Market Wizard ที่รวบรวมบทสัมภาษณ์ของ TOP Trader คนสำคัญ ๆ ไว้หลายคน มีเทรดเดอร์ในกลุ่มเต่า Turtle Trader อยู่คนหนึ่งชื่อ Howard Seidler ได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจ
ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเขาเริ่มรู้จักและหลงไหลในตลาด Futures เพราะมันสามารถ Short และ Long ได้ทั้งสองฝั่ง และเขายังรู้สึกว่าการใช้ Leverage ได้เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมาก ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดฟิวเจอร์สของเขาก็ทำนองว่า “โอเค เกมมันเป็นอย่างนี้ แต่ไม่ค่อยมีใครชนะเท่าไหร่” ซึ่งสำหรับเขาคิดว่ามันเป็นคำท้า และเขาก็อยากจะรับคำท้านี้มาก ๆ เสียด้วย จึงคิดเริ่มต้นการเทรดในระดับมัธยม จากการทำงานพิเศษรวบรวมเงินเพื่อเปิดบัญชีเทรดแรกในชีวิต ด้วยเงิน $1000 และก็นั่นแหละเขาขาดทุนจนหมดภายใน 1 ปีกว่า
เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องที่โชคดีที่ขาดทุนจนเงินหมดแถมทำให้พลาดโอกาสทำกำไรครั้งใหญ่เสียด้วย…เรื่องราวมันเป็นยังไงกัน ?

ตอนนั้นเขาคิดว่าราคามันสำปะหลังน่าจะเบรกลงแรง ก็เลย Short ไป 1 สัญญา และเป็นไปตามคาดราคาก็ลงจริง พอเริ่มมีกำไรเขาก็ตัดสินใจ Short เพิ่มไปอีก 1 สัญญา แต่ตอนนั้นพอร์ทของเขาเล็กมาก เล็กขนาดที่ไม่สามารถรับการเหวี่ยงของราคาได้แม้แต่แค่ 1 สัญญา (แต่อัดไป 2) เขาเริ่มคิดว่าไม่น่าเลย…แต่ไม่ทันเสียแล้ว

หลังจากที่ Short เพิ่มไปไม่นานราคาเริ่ม Rebound เขามองตัวเลขขาดทุนในบัญชีที่เพิ่มอย่างรวดเร็วเลยปิดไปก่อน 1 สัญญา ยอมขาดทุนไปก่อน ซึ่งก็ทำให้เงินในพอร์ทลดหายลงไปอีก ส่งผลให้อีกไม่นาน สัญญาแรกที่เหลือก็ต้องถูก Force Sell จนหมด เพราะเงินในพอร์ทเหลือไม่พอ หลังจากขาดทุนย่อยยับจากการเทรดครั้งนี้…2 วันให้หลังราคามันสำปะหลังก็ร่วงถล่มทลายแบบที่เขาคิดไว้

เขามองว่าการขาดทุนครั้งนั้นเป็นเรื่องโชคดี เพราะถ้าตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวจนทำให้สถานะทั้งหมดโดนปิด แล้วสุดท้ายเขาได้กำไรหลายร้อยเปอร์เซ็นต์กลับมาแทน คงคิดว่าตัวเองเก่งรู้เรื่องการเทรดหมดแล้ว และสิ่งหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ “เราจะไม่สามารถชนะตลาดได้เลยถ้าเทรดโดยใช้ Leverage ที่สูงเกินไป” เพราะจะทำให้เรากลัวตลาด ถ้าเขาไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ในเหตุการณ์นั้น ก็ต้องได้รับบทเรียนเรื่องนี้ภายหลังแน่นอน ในวันที่พอร์ทใหญ่ขึ้นเทรดด้วยเงินที่มากขึ้น ถ้ายังทำเหมือนเดิมคงต้องจ่าย “แพง” กว่าที่เคยจ่ายไปมาก


ครูบ๊อบเองก็พูดให้นักเรียนฟังบ่อย ๆ ว่าในการเทรดมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ 4 กรณี

  1. การเทรดที่ดี –> ขาดทุน
  2. การเทรดที่ดี –> ได้กำไร
  3. การเทรดที่แย่ –> ขาดทุน
  4. การเทรดที่แย่ –> ได้กำไร
การเทรดที่ดีแล้วขาดทุน หรือได้กำไร ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นเพียงผลครั้งหนึ่งของการเทรด ไม่ควรใส่ใจกับผลในรายครั้ง ให้ดูภาพรวมในระยะยาว ส่วนการเทรดที่แย่แล้วขาดทุนก็น่าจะให้บทเรียนกับเราเพื่อปรับปรุงได้ในครั้งต่อไป
แต่ “การเทรดที่แย่แล้วได้กำไร” เป็นสิ่งที่ “อันตราย” เพราะคนเราเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่เคยได้เรียนรู้จากความสำเร็จ การเทรดที่แย่แต่ได้กำไรจะทำให้เราไม่คิดว่าการเทรดที่แย่นั้นเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข เมื่อไม่คิดว่าเป็นปัญหา ก็ไม่เกิดการแก้ไข และในการเทรดครั้งหน้าเราก็อาจทำแบบเดิมอีกเพราะไม่ได้เกิดการเรียนรู้ แต่ผลของมันอาจไม่ได้โชคดีเหมือนที่ผ่านมา วันที่พอร์ทเราใหญ่ขึ้น แต่เรายังคงเทรดแย่ ๆ ผลที่ได้อาจไม่โชคดีได้กำไรเหมือนที่เคยก็เป็นได้
.
.
.
.
.
ครูบ๊อบ
.
.
.
#AlexanderElder #อเล็กซานเดอร์เอลเดอร์
#นักลงทุนมืออาชีพ #จิตแพทย์ #นักเขียน
#ผู้เขียนหนังสือTradingForALiving
#ผู้สร้างระบบเทรดTrappleScreenSystem
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨‍💼:
bit.ly/TradingInANutshell
💟 🙋‍♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋‍♀ :
bit.ly/TNTradingClub.
💟 👑 กลุ่มเทรดพิเศษ 👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite
.
.
.

เราจะเติบโตได้เท่ากับ “กรอบความคิด” ในจิตใจ

ford4link.jpg

ทุกๆ คนต่างมีพื้นที่ภายในใจ ที่เราได้สร้างกรอบล้อมรอบตัวเราไว้ภายในตลอดเวลา เป็นเหมือนโลกใบเล็กที่ซ้อนอยู่ภายในใจ

เราคุ้นเคย, ยอมรับและพึงพอใจ กับการใช้ชีวิตในกรอบนี้ ด้วยความรู้สึกว่าสามารถควบคุมอะไร ๆ ได้ รายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน , Life Style, สิ่งของเครื่องใช้ หรือกระทั่ง ระดับรายได้

ซึ่งไม่ว่าตัวเราจะพอใจสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ไม่ว่าคนภายนอกจะมองว่ามันดีแล้ว หรือยังไม่ดี เราก็ยังยอมรับและพึงพอใจด้วยเหตุแห่งความคุ้นเคย และจะปฏิเสธขั้นตอนหรืออะไรที่จะทำให้มันแตกต่างจากเดิม แม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะพาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็ตาม เราเรียกกรอบความคิดในใจนี้ว่า “Comfort Zone” หรือ “พื้นที่สบายใจ” 


ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม คนทุกคนอยู่ใน “พื้นที่สบายใจ” นี้ตลอดเวลา ซึ่งเรายอมรับทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีในพื้นที่สบายใจนี้ไปแล้ว ดีก็ยอมรับว่าดี ยังไม่ดีก็ยอมรับว่ายังไม่ดี เราพอใจไปแล้ว เช่น

– อ้วน เรารู้ว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพ
– ติดบุหรี่ หรือติดเหล้า รู้ว่ามันทำลายสุขภาพ
– ห้องนอนรก – รู้ว่าควรจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
– รายได้ต่ำไม่พอใช้ – เราทุกคนอยากรวย ไม่มีใครอยากจน
– ขาดการออกกำลังกาย – รู้ว่าออกกำลังกายสม่ำเสมอดีต่อสุขภาพ
– ไม่ชอบงานที่ทำ – ทุกคนอยากทำงานที่ชอบ

ตัวอย่างเหล่านี้แม้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากได้ หรือไม่อยากทำ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเพราะมันอยู่ใน “พื้นที่สบายใจ” และพื้นที่สบายใจนี้จะมีอยู่กับทุกคนตลอดไปไม่หายไปไหน ดังนั้นสิ่งที่เราจะทำได้และควรทำเพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นคือการ “ก้าวออกจากพื้นที่สบายใจ” เช่นลุกขึ้นแต่งตัวไปวิ่งที่สวนสาธารณะเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพที่ดี หรือเข้าคอร์สเรียนสิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ทำในสิ่งที่เคยเป็นแค่ “อยากทำ” แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำซักที ให้ตัดสินใจทำทันทีแบบไม่ต้องรอ


แต่ปัญหาที่มาคู่กันคือตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตในโลกส่วนตัวที่สบายใจ มันจะทำให้ไม่อยากรับรู้ ว่ายังมีโลกที่ใหญ่กว่านี้ หรือมีสิ่งที่เราต้องการมากกว่านี้ จะไม่ยอมรับกับความท้าทายในสิ่งใหม่ ๆ เพราะมันแตกต่างไปจากเดิมที่คุ้นเคย จึงต้องมีการสร้าง “แรงผลักดัน” เพื่อก้าวออกจากพื้นที่สบายใจให้สำเร็จ

จากการวิจัยของนักจิตวิทยา “สมองเรามีแนวโน้มจะตอบสนองต่อสิ่งที่กำลังจะเสียไป มากกว่าสิ่งที่กำลังจะได้มา” ดังนั้นถ้าบอกตัวเองว่า การทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคุ้นเคยมัน “ดียังไง” หรือ “เป็นประโยชน์ยังไง” ถ้าเราเลิกบุหรี่ได้ จะมีสุขภาพแข็งแรง เป็นการให้เหตุผลของสิ่งที่จะได้รับมา จะไม่จูงใจมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจเลิก (เพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว พอใจแล้ว) แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นการสร้างสภาวะอารมณ์แบบ “พอกันที” ทุกวันนี้ทำอะไรก็เริ่มเหนื่อยง่าย ถ้าสูบบุหรี่ต่อไปคงมีชีวิตอยู่กับครอบครัวอีกไม่นานแน่ แบบนี้จะผลักดันให้เราก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

“เราจะเติบโต ได้เท่ากับกรอบความคิดในจิตใจ”
เมื่อก้าวออกจากพื้นที่สบายใจเดิมได้แล้ว สิ่งที่จะตามมาคือเราจะได้ “พื้นที่สบายใจอันใหม่” ที่ใหญ่ขึ้น และเราก็จะเผชิญกับความท้าทายในการก้าวออกจากพื้่นที่สบายใจอันใหม่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
.
.
.
.
.
ครูบ๊อบ 
.
.
.
#HenryFord #เฮนรี่ฟอร์ด
#ผู้ก่อตั้งบริษัทฟอร์ดมอเตอร์
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨‍💼:
bit.ly/TradingInANutshell

💟 🙋‍♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋‍♀ :
bit.ly/TNTradingClub.

💟 👑 กลุ่มเทรดพิเศษ 👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite

“ในการเทรด จงหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้สบายใจ”

William-Eckhardt-facebook-linkt

เมื่อเรากล่าวถึง ริชาร์ดเดนนิส และกลุ่ม Turtle Traders จึงไม่มีเหตุผลที่จะพลาดการกล่าวถึงเซียนเทรด Commodities Futures อีกคนหนึ่งคือ “วิลเลียมเอ็คฮาร์ดต์” สำหรับริชาร์ดแล้ว วิลเลียมเป็นทั้งเพื่อนสนิทสมัยเรียนและหุ้นส่วนการค้า และสำหรับวงการเทรด วิลเลียมถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่เป็นตำนานทางการเงิน ที่และสำคัญเขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ร่วมสร้าง ร่วมฝึกสอนกลุ่มเทรดเดอร์เต่าขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ

เขาเป็นนักคณิตศาสตร์สาขาตรรกะ ในระดับปริญญาเอกที่เกือบจะเรียนจบแล้ว แต่เลิกเรียนกลางทางเสียก่อน เพื่อโดดเข้าสู๋วงการเทรด…ซึ่งนับแต่นั้นเขาไม่เคยหันหลังกลับไปวงการวิชาการอีกเลย

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงลึก และความสามารถทางคณิตศาสตร์และสถิติที่โดดเด่นของเขา ได้มีโอกาสช่วยพัฒนาวงการสร้างระบบเทรดเป็นอย่างมาก



วิลเลียมกล่าวถึงมุมมองทางจิตวิทยาการลงทุนที่น่าสนใจไว้อีกหลายอย่างในสัมภาษณ์ของเขาในหนังสือ The New Market Wizards เช่นเรื่องการเข้าแทรกแทรงระบบการเทรดของตัวเอง ครั้งหนึ่งเขาเทรดทั้งบัญชีตัวเอง และก็บริหารอีกบัญชีให้เพื่อนร่วมงาน ซึ่งบัญชีนี้เขาเทรดโดยใช้ระบบอย่างเดียวเท่านั้น

เขาหวังว่าระบบที่ดีจะสามารถทำกำไรให้ได้มากกว่าตัวเขาเทรดเองในปีที่มีโอกาสดี ๆ แต่ก็คิดด้วยว่าเขาจะสามารถทำกำไรชนะระบบได้ในปีที่ตลาดธรรมดา ๆ ซึ่งแม้ว่าการเทรดด้วยตัวเองในบัญชีส่วนตัวจะให้ผลตอบแทนที่ดี แต่บัญชีที่เทรดโดยใช้ระบบอย่างเดียวกลับให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

นั่นเป็นเพราะเรามักจะจำช่วงเวลาที่เราทำได้ดีกว่าระบบ และมักจะลืมความผิดพลาดอื่น ๆ ที่เคยทำไว้ จึงเห็นได้ชัดว่าการเข้าแทรกแซงการเทรดของระบบทำให้เสียเงินมากขึ้น



“การซื้อเมื่อราคาย่อ” ก็เป็นอีกเรื่องที่วิลเลียมไม่เห็นด้วย เขาให้ความเห็นว่าการซื้อตอนที่ตลาดย่อตัวมันน่าดึงดูในเชิงจิตวิทยา เพราะเราจะรู้สึกเหมือนกับว่าได้ “ส่วนลด” จากราคาที่เพิ่งจะเห็นไปไม่นาน 


แต่วิธีนี้มันมียาพิษอยู่ในตัวเอง ถ้าตลาดมันย่อลงเพียงพอที่จะให้ “ส่วนลด” ที่มีนัยยะสำคัญต่อราคาซื้อของเราล่ะก็ การเทรดครั้งนั้นมันก็ไม่ดีเท่ากับตอนแรกแล้ว เพราะความน่าจะเป็นที่จะ “กลับเทรนด์” ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน หรือบางทีการเลือกรอให้ราคาย่อ buy on dip อาจทำให้เราพลาดโอกาสทองไปเลยก็ได้ หรืออาจถูกบีบให้ต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าเดิม

สรุปคือการซื้อเมื่อย่อเป็น “การสร้างความพึงพอใจในเชิงจิตวิทยา” แต่อาจไมได้สร้างประโยขน์ในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น และกฏสำคัญข้อหนึ่งที่วิลเลียมได้กล่าวเตือนนักลงทุนไว้ ให้พึงระลึกอยู่เสมอว่า “จงหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คุณสบายใจ เพราะส่วนใหญ่แล้วมันจะเป็นความสบายใจที่ไม่ใช่ของจริง”

.
.
.
#ครูบ๊อบ
.
.
.
#WilliamEckhardt #วิลเลียมเอ็คฮาร์ดต์
#ผู้จัดการกองทุนและสุดยอดCommoditiesFuturesเทรดเดอร์
#หนึ่งในสองของผู้สร้างกลุ่มTurtlesTrader
.
.
.
อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลังได้ที่
https://tradinginanutshell.net/
.
.
—————————————-
🏖 TN Trading Club 🍸
กลุ่มสนทนา ห้องนั่งเล่น พูดคุย
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักลงทุน
https://www.facebook.com/groups/TNTradingClub
—————————————-
.
.
.
========================
 สมัครเข้าร่วมกลุ่มเทรดพิเศษ 
“TN Elite Trading Room”
ตอบทุกโจทย์ของนักลงทุนหุ้นและ TFEX

https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
========================

“มันคือพรสวรรค์” หรือ “ฉันก็เรียนรู้ได้”

richard-dennis-pic-link.jpg
ชายที่ยิ้มใจดีในรูปนี้ คือเดนนิส ริชาร์ด โคตรเซียนผู้รับการขนานนามว่า ” Prince of the Pit* “ หนึ่งในต้นตำหรับการเทรดสไตล์ Trend Following ซึ่งเรื่องราวของเขา ได้สร้างตำนานของการเทรด Commodities Futures ที่ลือลั่นสนั่นโลกไว้เมื่อราว 40 ปีก่อน และยังคงเป็นตำนานเล่าขานมาถึงปัจจุบัน

ขณะที่ริชาร์ด อายุ 21 ปี ได้ยืมเงิน $1,600 จากครอบครัวเพื่อนำไปจ่ายค่าสมัครสมาชิกตลาด Mid America Exchange และเหลือทำทุนเพียง $400 เทรดจนผ่านไป 10 ปีพอร์ทของเขาโตขึ้นไปถึง $200 ล้านเหรียญ !

ริชาร์ดมีความเชื่อว่าความสำเร็จของเขาในการเทรด สามารถถ่ายทอดและฝึกฝนได้ แต่เพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก และได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนในการเทรด ชื่อ “William Eckhardt” กลับไม่เห็นด้วย เขาคิดว่าการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องของพรสวรรค์ส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องสำหรับคนทุกคน ฝึกสอนกันไม่ได้ เขาบอกว่า เพียงเพราะเราทำมันได้ ไม่ได้แปลว่าเราจะสอนมันได้…เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี ริชาร์ดก็ได้พิสูจน์และทำให้วิลเลียมยอมรับว่า “เขาคิดผิด”
.
.
.
ริชาร์ดบอกว่าความสำเร็จของการเทรดสอนกันได้ ในขณะที่วิลเลียมเห็นเป็นเรื่องตลก ดังนี้นเพื่อเป็นการเคลียร์ปัญหาคาใจ พวกเขาตัดสินใจจะทำการทดลองขึ้นมาซักหนึ่งโครงการ โดยลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal หาผู้สนใจเข้ามารับการฝึกเป็นเทรดเดอร์ มีผู้สมัครเป็นพันราย สุดท้ายเขาคัดเลือกมา 14 คน เป็นรุ่นแรก และคัดเลือกเพิ่มอีก 9 คนในปีถัดไป รวม 23 คนเป็นชาย 21 และหญิง 2 คน เทรดเดอร์ฝึกหัดในโครงการนี้ทุกคนต้องเซ็นสัญญาที่จะไม่เปิดเผยความรู้และข้อมูลใด ๆ , ไม่เทรดให้กับที่อื่น รวมถึงไม่เทรดส่วนตัวด้วย ตลอดเวลา 5 ปีในโครงการ และยังมีผลต่อไปหลังจากนั้นอีก 5 ปี รวมเป็น 10 ปี ริชาร์ดเสนอกับเทรดเดอร์ของเขาว่า ถ้าเทรดเสียก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร และถ้าเทรดมีกำไร จะได้รับส่วนแบ่ง 15% ของผลกำไร

ริชาร์ดได้ตั้งชื่อผู้เข้าร่วมโครงการนี้ว่า “Turtles” โดยได้ไอเดียจากฟาร์มเพาะเลี้ยงเต่าตอนไปสิงคโปร์ เขาคิดว่ามันตรงกับโครงการสร้าง Commodities Futures Trader ของเขาพอดี

แล้วทั้งสองคนก็เริ่มถ่ายทอดวิชาให้กับ 14 คนนี้อย่างละเอียด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วริชาร์ดก็ให้เงินทุนทุกคน คนละ 1 ล้านเหรียญเพื่อลงสนามจริง ซึ่งหลังผ่านไป 5 ปีถึงเวลาปิดโครงการ กลุ่มเทรดเดอร์เต่าชุดนี้ ทำกำไรได้รวมกัน $175 ล้านเหรียญ ด้วยต้นทุน $23 ล้านเหรียญ และสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีอีกอันคือ จากการคัดเลือกเทรดเดอร์เทรดเดอร์ที่มีผลงานโดดเด่น 18 คนซึ่งเลือกมาจาก รายงานสรุปผลการดำเนินงานของที่ปรึกษาการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Trading Advisors : CTAs) ปรากฏว่าใน 18 คนนี้มีเทรดเดอร์เต่าอยู่ถึง 8 คน
.
.
.
เรื่องราวอันลือลั่นของกลุ่ม Turtle Trader ในตำนานนี้ ถือเป็นผลงานและเครื่องพิสูจน์ได้ว่า

ความสำเร็จในการเทรด ไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์เฉพาะตัว แต่สามารถถ่ายทอดหรือสอนกันได้ด้วยการถ่ายทอดที่เป็นระบบ ดังคำกล่าวของเดนนิส ริชาร์ดในหนังสือ “The Complete Turtle Trader ”  (มีในกลุ่ม TN Trading Club)

“การเทรดนั้นสามารถสอนกันได้มากกว่าที่ผมเคยคิดไว้ แม้ว่าผมจะเป็นคนเดียวที่คิดว่ามันสอนได้…มันเป็นสิ่งที่สอนได้ ที่อยู่เหนือจินตนาการของผม”
.
.
.
#ครูบ๊อบ
.
.
.
#DennisRichard #เดนนิสริชาร์ด
#Prince_of_the_Pit
#ผู้สร้างตำนานTurtlesTraders
.
.
อธิบายศัพท์ (Pit : พื้นที่สำหรับโบรกเกอร์จับคู่คำสั่งซื้อขายหุ้นใน Trading Floor ผ่านระบบ Open outcry…โบราณมาก)
.
.
—————————————-
🏖 TN Trading Club 🍸
กลุ่มสนทนา ห้องนั่งเล่น พูดคุย
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักลงทุน
https://www.facebook.com/groups/TNTradingClub
—————————————-
.
.
.
========================
 สมัครเข้าร่วมกลุ่มเทรดพิเศษ 
“TN Elite Trading Room”
ตอบทุกโจทย์ของนักลงทุนหุ้นและ TFEX

https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
========================

หยุดรอ “โอกาส” เพื่อสร้าง “แต้มต่อ”

paul-tudor-jones-Facebook-Link

ถ้าพิจารณาจากกราฟ ไม่ว่าจะเป็น Time Frame ไหนก็จะเห็นว่าช่วง Sideway มีมากกว่าเทรนด์ และยิ่งถ้าพิจารณาในกรอบเวลาที่เล็กลงก็ยิ่ง Sideway มากขี้นไปอีก สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์การเทรดของเทรดเดอร์ในตำนานอย่าง Paul Tudor Jones, Ed Seykota หรือ Larry Hite มีผลการเทรดที่ยอดเยี่ยมเหนือเทรดเดอร์ทั่วไป คือการ “หยุดเทรดเพื่อรอโอกาส” คือเขาเหล่านี้มีเวลาที่ “หยุดเทรด” นั่นเอง เช่นเดียวกับกลยุทธ “MAC-MA” ที่ครูแก้วใช้ให้สัญญาณในกลุ่มเทรดพิเศษ “TN Elite Trading ROOM” ก็มีสัญญาณให้หยุดเทรดด้วยเช่นกัน

 

สำหรับเทรดเดอร์ นักลงทุนในสไตล์ Trend Following แล้ว “การหยุดเทรด” เพื่อรอโอกาส เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการควบคุมความเสี่ยง และทำกำไร ทำให้เทรดเดอร์ไม่ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยหรือ “ช่วงคืนกำไร” คือกำไรที่มาจากช่วงตลาดมีเทรนด์ก็จะคืนไปในช่วง Sideway บางครั้งกำไรคืนไปหมดยังแถมขาดทุนอีกต่างหาก ถ้าจะให้เห็นภาพ ลองเปิดกราฟทองคำ ซึ่งถ้าพิจารณา Weekly Chart จะเห็นกรอบ Sideway เป็นแบบ Diagonal Triangle ซึ่งฟอร์มตัวมามากกว่า 5 ปีแล้ว ทำให้สัญญาณซื้อของ Trend Following แทบทุกระบบให้สัญญาณ False Signal มาหลายครั้ง

 

ความจริงที่นักลงทุนพึงระลึกไว้เสมอ คือเราไม่มีทางพยากรณ์คาดการณ์อนาคตของตลาดได้ และในทางตรงข้ามการพยายามคาดเดาตลาด ยิ่งทำให้เกิดความผิดพลาด และการเทรดที่แย่ แต่บังเอิญฟลุ๊คได้กำไรนั้น เป็นสิ่งที่อันตรายและส่งผลเสียต่อการเทรดและการลงทุนในระยะยาว คำว่า “โอกาส” ซึ่งสรุปออกมาเป็น “สัญญาณซื้อ” ที่ไม่ว่าจะมาจากการวิเคราะห์ทางพื้นฐาน หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค ให้ถือว่าเป็น “ความน่าจะเป็นของแต้มต่อ” ซึ่งมีโอกาสทั้งผิดและถูกเสมอ ดังนั้น “แต้มต่อ” ของเราคือการตัดสินใจเข้าเดิมพัน
– ในสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
– ด้วยความเสี่ยงที่เหมาะสม
จึงถือว่าเป็นการเดิมพันที่เรามี “แต้มต่อ” และอยู่ฝั่งเดียวกับ “โอกาส”

 

#ครูบ๊อบ

#PaulTudorJones #พอลทูเดอร์โจนส์
#ผู้จัดการกองทุนHedgeFunds

#TradingInANutshell
.
.
.
.
.
—————————————-
🏖 TN Trading Club 🍸
กลุ่มสนทนา ห้องนั่งเล่น พูดคุย
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักลงทุน
https://www.facebook.com/groups/TNTradingClub
—————————————-
.
.
.
========================
 สมัครเข้าร่วมกลุ่มเทรดพิเศษ 
“TN Elite Trading Room”
ตอบทุกโจทย์ของนักลงทุนหุ้นและ TFEX

https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
========================

“การเทรดที่แย่” แต่ได้กำไร เป็นเรื่อง “อันตราย”

Larry-Hite-Pic-Link2

“การเทรดที่แย่” แต่ได้ “กำไร” เป็นเรื่อง “อันตราย”

Larry Hite ผู้ได้รับการกล่าวถึงในฐานะสุดยอด Systematic Trader ในตำนานอีกคนหนึ่ง เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Mint Investments บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีขนาดกองทุนใหญ่ที่สุดในโลก ปรัชญาการเทรดของเขาคือตั้งเป้าให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดโดยมีการควบคุม “ความเสี่ยง” อย่างเข้มงวด จึงจำกัดการขาดทุนไว้น้อย ซึ่งในภาพใหญ่นั้นความเสี่ยงรวมจะไม่มากไปกว่า 1% ของพอร์ทการลงทุนทั้งหมด

เขามองว่าการเทรดในตลาดนั้นเรื่องการได้กำไร หรือขาดทุนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ แต่ไฮท์ให้ความสนใจกับ “ความเสี่ยง” และ “ผลตอบแทน” มากกว่าสนใจการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดซึ่งพริ้วไหวไปตามอารมณ์ของนักลงทุน
ไฮท์บอกว่าเขาอยู่ฝั่งเดียวกับ “ความได้เปรียบ” คืออยู่ฝั่งเดียวกับ “เทรนด์” โดยจะจำกัดความเสี่ยงไว้ต่ำและคงที่ แต่ก็จะเพิ่มอัตราส่วนการลงทุนมากขึ้นเมื่อเห็น “โอกาส” ที่เพิ่มขึ้นด้วย


หลักการสำคัญของไฮท์ซึ่งเป็นบทเรียนที่นักลงทุนควรรู้คือ ควรให้ความสำคัญกับ “การเทรดที่ดี” กับ “การเทรดที่แย่” มากกว่า “การเทรดที่ได้กำไร” กับ “การเทรดที่ขาดทุน”
ซึ่งผมขอขยายความให้ฟังคือ
“การเทรดที่ดี” หมายถึงนักลงทุนมีการวางแผนการเทรดที่่ชัดเจน มีกลยุทธการซื้อขายที่เหมาะสม ดูแลความเสี่ยงไม่ให้มาก และมีอัตราผลตอบแทนมากกว่าหรือเท่ากับความเสี่ยง สรุปง่าย ๆ คือมีระบบซื้อขายที่ชัดเจน ไม่เสี่ยงสูง และ R/R > 1

“การเทรดที่แย่” แม้เทรดตามระบบแล้วก็ตาม แต่ “ความเป็นมนุษย์” ในตัวเราทุกคน เป็นต้นเหตุของความผิดพลาด บางครั้งเมื่อขาดทุนจากการเทรดตามระบบติดต่อกัน ก็อดไม่ได้ที่จะพยายามปรับเปลี่ยน, แทรกแซง, คาดเดาสัญญาณซื้อขาย, ไม่ทำตามระบบ, ไปจนถึงเปลี่ยนระบบไปอีกอัน ทั้งหมดนี้เกิดจากการใช้ “อารมณ์” ในการตัดสินใจ


“การเทรดที่ดี” แต่เป็น “การเทรดที่ขาดทุน” ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าเรายังคงรักษา “การเทรดที่ดี” บนโอกาสที่เป็นต่ออย่าง Reward to Risk Ratio > 1 ในระยะยาวผลลัพธ์จะกลับมาเป็นบวกได้
ในทางจิตวิทยา เราเรียนรู้จาก “ความผิดพลาด” ไม่ใช่ “ความสำเร็จ” ดังนั้น “การเทรดที่แย่” แต่เป็น “การเทรดที่ได้กำไร” ถือเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเราจะไม่ได้เกิดการเรียนรู้ สมองจะข้ามสัญญาณอันตรายในการเทรดที่แย่นั้นไปเพราะได้รับความสมหวังจากผลกำไร จึงมีแนวโน้มว่าในครั้งหน้าหากเจอสถานะการณ์ที่นำไปสู่การตัดสินใจอีก เราอาจตัดสินใจทำ “การเทรดที่แย่” อีก และครั้งนี้อาจไม่ได้โชคดี ผลลัพธ์อาจเป็น “การเทรดที่ขาดทุน” ซึ่งมักจะสร้างความเสียหายหนัก นอกจากเสียเงินแล้วยัง “เสียความมั่นใจ” ซึ่งมีผลต่อจิตใจไปอีกนานด้วย
ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญคือการรักษา “การเทรดที่ดี” บนพื้นฐานของความเสี่ยงที่เหมาะสม และพาตัวเองให้อยู่ในฝั่งที่ได้เปรียบ (Trend) เพื่อปล่อยให้ “ความน่าจะเป็น” สร้างโอกาสแห่งผลกำไรให้เราได้อย่าง ยั่งยืน และมีความสุข
#ครูบ๊อบ
#LarryHite #แลร์ลีไฮต์
#ผู้จัดการกองทุน #ผู้แต่งหนังสือTheRule
TradingInANutshell
—————————————-
🏖 TN Trading Club 🍸
กลุ่มสนทนา ห้องนั่งเล่น พูดคุย
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักลงทุน
https://www.facebook.com/groups/TNTradingClub
—————————————-
.
.
.
========================
 สมัครเข้าร่วมกลุ่มเทรดพิเศษ 
“TN Elite Trading Room”
ตอบทุกโจทย์ของนักลงทุนหุ้นและ TFEX

https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
https://tradinginanutshell.net/etr/
========================

“ความเสี่ยง” คือสิ่งที่ชีวิตนี้หนีไม่พ้น

Muhammad-Ali-Web-Link

“ความเสี่ยง คือสิ่งที่ชีวิตนี้หนีไม่พ้น”

เคล็ด(ไม่)ลับข้อหนึ่งของเทรดเดอร์และนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ความแม่นยำในการคาดการณ์ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นหรือจะลงเมื่อไหร่ แต่อยู่ที่สามารถยอมรับได้อย่างแท้จริงว่า ทุกครั้งที่ซื้อหุ้น ทุกครั้งที่เราต้องการกำไร มันต้องแลกมาด้วย “ความเสี่ยง”

การที่เราไม่ยอมรับความเสี่ยง ไม่รับรู้ว่าจะเกิดความเสียหายสูงสุดเท่าไหร่ถ้าผิดทาง ความเสี่ยงนั้นมันเหมาะสมกับขนาดพอร์ทเราไหม เหล่านี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อพอร์ทการลงทุนของเราอย่างยิ่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้เราตัดสินใจ “ละเลย” ไม่รับรู้ ก็เพราะทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องเสียเงินจากการโดนสต๊อปออกไป และมันก็อาจสะท้อนออกมาด้วยพฤติกรรมไม่ตั้ง Stoploss ซึ่งไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงนั้นหายไปไหน แต่ส่งผลให้ในระยะยาว อาจจบลงด้วยการขาดทุน “หนัก” ก็เป็นได้
#ครูบ๊อบ

#MuhammadAli #มูฮัมหมัดอาลี
#นักมวยผู้เป็นตำนาน
#โบยบินเหมือนผีเสื้อต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง

#TradingInANutshell


————————————
สมัครเข้าร่วมกลุ่มเทรดพิเศษ
“TN Elite Trading Room”
แล้วทำกำไรในตลาดหุ้นไปด้วยกัน
.
https://tradinginanutshell.net/etr/