
สิ่งที่สร้างความแตกต่าง ระหว่างนักลงทุนที่เสียเงินให้ตลาดและนักลงทุนทำกำไรได้จากตลาดคือ “วิธีคิด” และ “วิธีตอบสนอง” ต่อการเคลื่อนไหวของตลาด
เมื่อเราได้รับรู้การเคลื่อนไหวของตลาด นั่นคือ “สิ่งเร้า” และสมองจะมีการแปลความหมายการรับรู้ต่อสิ่งเร้านั้น โดยประมวลผลเทียบกับประสบการณ์ในอดีต เพื่อแปลผลและเลือกการตอบสนอง เกิดเป็น “อารมณ์”
เจ้าอารมณ์นี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่สุดที่จะผลักดันให้เกิดการ “ตัดสินใจ” ทำอะไรซักอย่างเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้น เช่นอารมณ์ panic ในวันที่เห็นตลาดลงหรือขึ้นแรง ๆ ทำให้บางคนเกิดอาการมือลั่นเข้าซื้อขายแบบทนไม่ไหว หรืออารมณ์เสียดายเมื่อเห็นหุ้นที่เราเล็งไว้ราคาพุ่งขึ้นแต่เราไม่ได้ซื้อหุ้นนั้น แล้วสุดท้ายไปตบะแตกโดดเข้าซื้อที่ยอดดอย ก็คือทุกการกระทำของเราเกิดจาก “อารมณ์” เป็นต้นเหตุทั้งสิ้น
ในการเทรด เรามีการสร้าง “ความคาดหวัง” ขึ้นมาตลอดโดยที่ไม่รู้ตัว เช่นในตลาดขาลง เราอยากได้ของถูกก็จะพยายามดักซื้อตอนที่ลงและหวังว่ามันจะเป็น “จุดต่ำสุด” แต่สุดท้ายแล้วการรีบาวน์ในตลาดขาลง จะจบลงด้วยการทำ “จุดต่ำสุดใหม่” เสมอ
ง่าย ๆ คือเราพยายามให้ตลาดเป็นไปตามความคาดหวังของเรานั่นเอง (นี่ก็มีต้นเหตุมาจากอารมณ์เช่นกัน)
สิ่งที่ควรนึกถึงเสมอคือ การเคลื่อนไหวของตลาดเป็นปัจจัยภายนอก ที่เราควบคุมไม่ได้ และเปลี่ยนแปลงอะไรมันไม่ได้ แต่การแปลผลและตอบสนองเป็นปัจจัยภายในที่เราสามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และเปลี่ยนแปลงมันได้
ดังนั้น การ “มองตลาดตามความเป็นจริง” จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในตลาดขาลงเราจะได้ไม่ไปพยายามดักซื้อ และในตลาดขาขึ้นเราจะได้ไม่พยายามไปขายที่จุดสูงสุด (เพราะมันจะผิดเสมอ)
และจงหมั่นเตือนตัวเองว่าเคล็ดลับสำคัญที่จะพาไปสู่ความสำเร็จในการลงทุนนั่นคือการฝึกควบคุมอารมณ์ ซึ่งเป็นแก่นของเคล็ดวิชา
“เทรดในสิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่อยากให้เป็น”
ครูบ๊อบ
#DrBrettSteenbarger #เบร็ทสทีนบาร์เกอร์
#เทรดเดอร์มืออาชีพ
#ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการลงทุน
.
#TradingInANutshell
.
.
.
.
.
📍=====================📍
💟 📘 อ่านบทความดี ๆ ย้อนหลัง 👨💼:
bit.ly/TradingInANutshell
💟 ⛱🙋♂ ห้องนั่งเล่นนักลงทุน 🙋♀ :
bit.ly/TNTradingClub.
💟 👑↘✅ กลุ่มเทรดพิเศษ ✅↙👑
📈 TN Elite Trading Room 💵 :
bit.ly/TNElite
.
.